1. แบบฟอร์มการลา
  2. แบบฟอร์มการขออนุญาตออกนอกเขตจังหวัด
  3. แบบรายงานการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  4. แบบฟอร์มขออนุญาตและขออนุมัติเบิกเงินไปราชการ
  5. แบบบันทึกข้อความ

ประวัติโรงเรียนผดุงนารี

          โรงเรียนผดุงนารี สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ  เปิดสอนทั้งระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แบบสหศึกษา  ตั้งอยู่เลขที่ 143 ถนนผดุงวิถี  ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม  รหัสไปรษณีย์ 44000  มีเนื้อที่ 25 ไร่ 1 งาน 69.5 ตารางวา          

           การกำเนิดโรงเรียน (พ.ศ.2449-พ.ศ.2469)  ในปี พ.ศ.2449  พระพิทักษ์นรากร หรือพระเจริญราชเดช (อุ่น  ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)  เจ้าเมืองมหาสารคามคนแรก  ได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองมหาสารคามที่วัดโพธิ์ศรีวรารามและวัดนาควิชัย แล้วอาราธนาพระภิกษุมาเป็นครูสอน มีนักเรียนเฉพาะชายล้วน ๆ ต่อมาได้ช่วยกันบำรุง ส่งเสริมโรงเรียนที่วัดโพธิ์ศรีให้เจริญขึ้นเรื่อยๆ

           การศึกษาของเด็กหญิงในเมืองมหาสารคามในสมัยนั้นก็เช่นเดียวกับหัวเมืองอื่น ๆ คือ จัดให้เรียน  ตามบ้านข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คหบดี โดยรวบรวมบุตรข้าราชการผู้ใหญ่และบุตรคหบดีแล้วหาครูมาสอนให้ ดังนั้นการศึกษาของเด็กผู้หญิงจึงอยูในวงจำกัดและส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนเหมือนเด็กทั่วไป  วิชาที่เรียนส่วนมากเป็นวิชาการเรือน (เย็บปักถักร้อย การทำครัว การจัดดอกไม้) อันเป็นกิจจำเป็นของสตรี  ในสมัยนั้นเป็นส่วนใหญ่และเรียนหนังสือบ้างพอให้อ่านออกเขียนได้เท่านั้น

           ในสมัยของพระประชากรบริรักษ์ (สาย  ปาลนันท์) ผู้ว่าราชการเมือง (เจ้าเมือง) คนที่ 7 ของมหาสารคามเห็นว่าโรงเรียนประจำจังหวัดต้องอาศัยเรียนที่ศาลาวัดโพธิ์ศรี (ชื่อโรงเรียนวัดโพธิ์ศรีสามัคคี) เป็นการไม่สะดวกแก่การศึกษาจึงขออนุญาตให้จ่ายเงินเรี่ยไรบำรุงการศึกษาจำนวน 15,500 บาท(หนึ่งหมื่นห้าพันห้าร้อยบาทถ้วน) เมื่อมณฑลร้อยเอ็ดอนุญาตมาแล้วก็เริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2468 เป็นอาคารไม้ชั้นครึ่งตั้งอยู่บริเวณหลังสถานีตำรวจ (ในปัจจุบัน) และเป็นเป็นสถานศึกษาเรียกว่าโรงเรียนประจำจังหวัดมหาสารคาม “สารคามพิทยาคม” มีนักเรียนรวมกันทั้งชาย-หญิง

            ต่อมา การอ่านออกเขียนได้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสตรี จึงมีผู้นิยมส่งบุตรหลานให้ได้เล่าเรียนในโรงเรียนมากขึ้น 

            ครั้นถึงสมัยของผู้ว่าราชการเมือง (เจ้าเมือง) คนที่ 8 อำมาตย์โทพระเริงนฤปการ (อนงพยัคฆันต์)   ซึ่งภายหลังได้เลื่อนเป็นพระยาสารคามคณาภิบาล ดำริได้ว่า โรงเรียนประจำจังหวัดมีการสอนเด็กชายหญิงเรียนกะปนกัน ต่อไปการศึกษาคงจะไม่เจริญเต็มที่ได้เพราะผู้ปกครองเด็กหญิงรังเกียจที่จะให้บุตรหลานของตนเรียนรวมกับเด็กชาย จึงจัดสร้างโรงเรียนสตรีขึ้นหลังหนึ่งเป็นโรงเรียนชั่วคราวในบริเวณเดียวกัน  พอแบ่งนักเรียนแยกออกอาศัยเรียนไปพลางก่อนและทำพิธีเปิดโรงเรียนเป็นโรงเรียนสำหรับสตรี เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2469  ศึกษาธิการจังหวัดสมัยนั้นคือ อำมาตย์ตรีขุนประสาทวิทยากิจ

       ความก้าวหน้าของผดุงนารีจากอดีตถึงปัจจุบัน

             นับจากวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2469  เป็นต้นมา การศึกษาเล่าเรียนของเด็กชาย-หญิง ในเมืองมหาสารคามแยกจากกันโดยเด็ดขาด เด็กหญิงมีโรงเรียนเฉพาะผู้หญิง มีครูใหญ่คนแรก นางสาวทองคำ  ศรีสารคาม (พรชัย) มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวนนักเรียนในโรงเรียนเมื่อเปิดครั้งแรกมีจำนวนนักเรียน  33  คน มีครู 3 คน (รวมทั้งครูใหญ่ด้วย)

              ปี พ.ศ.2470  ได้มีการจัดสร้างอาหารเรียนถาวรขึ้น ตามแบบกระทรวงธรรมการ หลังคามุงกระเบื้อง ได้จ่ายเงินค่าศึกษาพลีไปเป็นค่าเหล็ก ค่าแรงและค่ากระเบี้ยง  เป็นจำนวนเงิน 2,016.70 บาท (สอนพันสิบหกบาทเจ็ดสิบสตางค์) โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2469 และแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2470 โดยที่ไม่ต้องซื้อเพราะของบริจาคจากราษฎร เมื่อสร้างเสร็จได้ให้นามโรงเรียนเสียใหม่ว่า “โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดมหาสารคาม” (ส่วนคำว่า “ผดุงนารี” มาเพิ่มเข้าภายหลัง)

              ต่อมาในปี พ.ศ.2482 ได้ขยายโอกาสการศึกษาโดยเปิดสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และมีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รุ่นแรก จำนวน 7 คน

              ปีการศึกษา 2506  ได้เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแผนกศิลปะ จำนวน 1 ห้องเรียน

              ปีการศึกษา 2516  ได้เปิดสอนแผนกทั่วไปชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  จำนวน 2 ห้องเรียน

              ปีการศึกษา 2518  ได้เปิดสอนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 6 โปรแกรมการเรียน

              ปีการศึกษา 2521  ได้เปิดสอนในหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2521

              ปีการศึกษา 2524  ได้เปิดสอนโดยใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524

              ปีการศึกษา 2533  เป็นโรงเรียนร่วมพัฒนาการใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการและเปิดสอนโดยใช้หลักสูตรมัธยมศึกษา ฉบับปรังปรุงพุทธศักราช 2533 ตั้งแต่ชั้น ม.1-ม.6

              ปีการศึกษา 2551  เปิดสอนแผนการเรียนภาษาฝรั่งเศส มีแนการจัดชั้นเรียนเป็น 12-10-10/10-10-10  รวม 62 ห้องเรียน

              ปีการศึกษา 2552  โรงเรียนได้เปิดสอนโดยใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551  ในระดับชั้น ม.1 และ ม.4  มีแผนการจัดชั้นเรียนเป็น 12-12-10/10-10-10  รวม  64  ห้องเรียน

              ปีการศึกษา 2553  โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (SP2) โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ (ม.4  จำนวน 1 ห้อง) โครงการยกระดับคุณภาพการศึกษา  มีแผนการจัดชั้นเรียนเป็น 12-12-12/11-10-10  รวม  67 ห้องเรียน

              ปีการศึกษา 2554  โรงเรียนจัดโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ (ม.1  จำนวน 2 ห้อง ม.4 จำนวน 1 ห้อง) ดำเนินการก่อสร้างอาหารเรียน แบบ 324 ล (ตอกเข็ม) เปิดสอนแผนการเรียนศิลป์-ธุรกิจ  มีแผนการจัดชั้นเรียนเป็น 16-12-12/12-11-10  รวม 73 ห้องเรียน

              ปีการศึกษา 2555  โรงเรียนได้ปรับปรุงถนนลาดยางในบริเวณโรงเรียน  เปิดสอนแผนการเรียนศิลป์-จีน มีแผนการจัดชั้นเรียนเป็น 16-16-12/13-12-11  รวม 80 ห้องเรียน

              ปีการศึกษา 2556  แผนการจัดชั้นเรียนเป็น 16-16-16/13-13-12  รวม 86 ห้องเรียน

              ปีการศึกษา 2557  แผนการจัดชั้นเรียนเป็น 18-16-16/15-13-13  รวม 91 ห้องเรียน  เปิดสอนแผนการเรียนทั่วไป (ศิลป์-การงานฯ) และภาษาเวียดนาม

              ปีการศึกษา 2558  แผนการจัดชั้นเรียนเป็น 18-18-16/15-15-13  รวม 95 ห้องเรียน

              ปีการศึกษา 2559  แผนการจัดชั้นเรียนเป็น 18-18-18/15-15-15  รวม 99 ห้องเรียน

เครื่องหมายโรงเรียน

 

ภาพคบเพลิง มีเปลว 5 เปลว  มีรัศมีโดยรอบ  แปลความหมาย ได้ดังนี้

                  1.     คบเพลง 5 เปลว หมายถึง ปรัชญาของโรงเรียน (ค.ม.ส.3)

                  2.     รัศมีรอบ ๆ คบเพลง หมายถึง คบเพลิง ให้ความสว่าง โชติช่วง ขจัดความมืดมนให้หมดสิ้นไป

 

 

สีประจำโรงเรียน

 

  

 “กรมท่า-ฟ้า” หมายถึง การทำตนให้เป็นคนสูงค่า มีความสุขุมเยือกเย็นและสุภาพ ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันพึงประสงค์ของนักเรียนโรงเรียนผดุงนารี ดังนี้

  1. เป็นผู้มีความสนในใฝ่รู้ ขยันศึกษาค้นคว้า มีความรู้พื้นฐานอย่างเพียงพอในการศึกษาเพิ่มเติมและมีเจตคติที่ดีต่อสัมมาอาชีพทุกชนิด
  2. เป็นผู้มีมารยาทดี มีสัมมาคารวะ เคารพเชื่อฟังบิดา มารดา  ครู อาจารย์
  3. เป็นผู้รักษาความสะอาด เป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม
  4. เป็นผู้ที่ยึดมั่นในสามัคคีธรรม มีศีลธรรม มีระเบียบวินัย ประหยัดเสียสละเพื่อส่วนรวม และรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
  5. เป็นผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ

 

ปรัชญาของโรงเรียน 

ค.ม.ส.3

                                                        ค.    คือ  ความรู้ดี
                                                        ม.    คือ  มีมารยาท

                                                        ส.3   คือ  สะอาด  สามัคคี  มีสุขภาพ

ทำเนียบผู้บริหาร


                                     1.  นางสาวทองคำ      พรชัย           ป.ม.,ธ.บ.         ครูใหญ่ (พ.ศ.2468-2482)

                                     2.  นางพนมวัลย์        แย้มบุญชู       ป.ม.                ครูใหญ่ (พ.ศ.2482-2485)

                                     3.  นางสาวแฉล้ม       หลิมวานิช      ป.ม.                ครูใหญ่ (พ.ศ.2485-2490)

                                     4.  นายมยุรา            ศุภสาร           ป.ม.                ครูใหญ่-ผู้อำนวยการ (พ.ศ.2490-2524)

                                     5.  นางสุมาลี            บุญยารมย์      พ.ม.,อ.บ.,M.A.  ผู้อำนวยการ (พ.ศ.2524-2525)

                                     6.  นางสาวชื่นจิต      สุวรรณปักษ์     พ.ม.,กศ.บ.       ผู้อำนวยการ (พ.ศ.2524-2536)

                                     7.  นางสาวนิทรา      สมสวัสดิ์         กศ.บ.               ผู้อำนวยการ (พ.ศ.2536-2537)

                                     8.  นางพรรณี          ขจรวิทย์          กศ.บ.               ผู้อำนวยการ (พ.ศ.2537-2541)

                                     9.  นางกุหลาบ        โพธินาม          กศ.บ.               ผู้อำนวยการ (พ.ศ.2541-2544)

                                    10. นายนิคม          งามเสน่ห์           กศ.บ.,ค.ม.        ผู้อำนวยการ (พ.ศ.2544-2547)

                                    11. นายพงษ์ศักดิ์    โสภาวัฒน์         กศ.บ.               ผู้อำนวยการ (พ.ศ.2547-2549)

                                    12. นายนิรุตต์        พลโคตร            กศ.บ.,ร.ป.ม.      ผู้อำนวยการ (พ.ศ.2549-2550)

                                    13. ดร.มีศิลป์        ชินภักดี              Ph.D.(Ed.Ad.)   ผู้อำนวยการ (พ.ศ.2550-ปัจจุบัน)

                                                                                      ป.ร.ม.8            สถาบันพระปกเกล้า

                                                                                      น.บ.ส.             สำนักงาน ก.พ.

 

ปฏิทินกิจกรรม

December 2017
S M T W T F S
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31

Facebook Fan Page

สถิติผู้เข้าชม

13241
วันนี้วันนี้42
เมื่อวานนี้เมื่อวานนี้73
สัปดาห์นี้สัปดาห์นี้42
เดือนนี้เดือนนี้988
รวมทั้งสิ้นรวมทั้งสิ้น13241